งานฮอมแฮง...แป๋งข่วงเวียงละกอน (เพื่อหอศิลป์) ครั้งที่ 1 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปางหลังเดิม วันที่ 24-26 ตุลาคม 2546

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สภาเทศบาลนครลำปาง อนุมัติเงิน 8 ล้านทำพิพิธภัณฑ์เมืองบริเวณข่วงนคร



ตามที่ได้มีการประชุมสภาเทศบาลนครลำปาง สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 มีเรื่องสำคัญที่สภาเทศบาลได้พิจารณา คือ โครงการถนนไร้ฝุ่น และพิพิธภัณฑ์เมืองนครลำปาง

สภาเทศบาลยังได้อนุมัติให้เทศบาล จัดทำพิพิธภัณฑ์นครลำปาง อีก 8 ล้านบาท เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เก็บเรื่องราว หลักฐาน ความเป็นมาของเทศบาลนครลำปาง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์การก่อตั้งและพัฒนาการของเทศบาล เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ของประชาชน ซึ่งหากไม่ดำเนินการเรื่องนี้ไว้ หลักฐาน เรื่องราวหรือสิ่งที่มีคุณค่าเกี่ยวกับนครลำปางก็จะถูกลืมเลือน คนรุ่นหลังก็จะไม่มีโอกาสได้รับรู้ใดๆเกี่ยวกับเทศบาล ทั้งที่เทศบาลมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตของประชาชนอย่างมากมาย ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองขึ้นมา เพื่อเก็บหลักฐานและสิ่งสำคัญที่มีคุณค่าของเมืองไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา เรียนรู้ต่อไป

ข้อมูลจาก

สายสืบหอศิลป์
พฤหัส 18
มิถุนา 52

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บทความพิเศษ : พิพิธภัณฑ์เมืองกลางข่วงนคร การเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของท.นครลำปาง

จาก ลานนาโพสต์ออนไลน์
ฉบับที่ 721 วันที่ 5 - 11 มิถุนายน 2552

http://www.lannapost.net/newsspacial-1.htm

หากกล่าวถึงคำว่าพิพิธภัณฑ์คนไทยอีกหลายคนคงยังไม่ทราบความหมายว่าแท้จริงแล้ว พิพิธภัณฑ์นั้นหมายถึงอะไร สำหรับความหายของพิพิธภัณฑ์ตามที่ สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ ICOM (International Council of Museums) ได้ให้คำจำกัดความไว้แล้วว่า “พิพิธภัณฑ์” คือ หน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร เป็นสถาบันที่ถาวรในการรวบรวม สงวนรักษา ศึกษาวิจัย สื่อสาร และจัดแสดงนิทรรศการ ให้บริการแก่สังคมเพื่อการพัฒนา โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการค้นคว้าการศึกษา และความเพลิดเพลิน โดยแสดงหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับมนุษย์และสภาพแวดล้อม สิ่งซึ่งสงวนรักษาและจัดแสดงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงวัตถุ แต่ได้รวมถึงสิ่งที่มีชีวิตด้วยโดยรวมไปถึง สวนสัตว์ สวนพฤกษชาติ วนอุทยาน สถานที่สงวนสัตว์น้ำ และสถานที่อันจัดเป็นเขตสงวนอื่นๆ รวมทั้งโบราณสถานและแหล่งอนุสรณ์สถาน ศูนย์วิทยาศาสตร์และท้องฟ้าจำลอง

จะเห็นได้ว่า คำจำกัดความของพิพิธภัณฑ์นั้นกว้างมาก ครอบคลุมทั้งด้านวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์นั้นแบ่งได้หลายแบบและบางแห่งก็จัดได้หลายประเภท เช่น 
1) แบ่งตามการสะสมรวบรวมวัตถุ ( Collection) 
2) แบ่งตามต้นสังกัดหรือการบริหาร เช่น พิพิธภัณฑ์ของรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย 
3) แบ่งตามลักษณะของผู้เข้าชมหรือกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป หรือ
4) แบ่งตามการจัดแสดง เช่น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์แหล่งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ฯลฯ

สำหรับพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แบ่งตามการจัดแสดง และวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการจัดแสดง ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั่วไปในปัจจุบัน คือ

1.พิพิธภัณฑสถานประเภททั่วไป จะรวบรวมวัตถุทุกประเภท และทุกเรื่องเอาไว้ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์แบบแรกก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะเรื่องในสมัยต่อมา

2.พิพิธภัณฑสถานศิลปะ จัดแสดงเกี่ยวกับศิลปวัตถุทุกประเภท โดยจะแยกย่อยออกเป็น พิพิธภัณฑสถานศิลปประยุกต์ แสดงวัตถุที่เป็นงานฝีมือ เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ หอศิลป์ แสดงงานศิลปะประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม, พิพิธภัณฑสถานศิลปะสมัยใหม่จะคล้ายกับหอศิลป์ แต่จะเป็นศิลปะสมัยใหม่ของศิลปินร่วมสมัยในยุคหลัง, พิพิธภัณฑสถานศิลปะประเภทการแสดง และพิพิธภัณฑสถานศิลปะแรกเริ่ม แสดงงานศิลปะดั้งเดิมของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์

3.พิพิธภัณฑสถานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนื้อหาหลักคือแสดงวิวัฒนาการความก้าวหน้าของวัตถุที่มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์ขึ้น

4.พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา จัดแสดงเรื่องราวของธรรมชาติเกี่ยวกับเรื่องของโลก ทรัพยากรทางธรรมชาติต่างๆ และยังรวมไปถึง สวนสัตว์ สวนพฤกษชาติ วนอุทยาน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ-สัตว์บกด้วย

5.พิพิธภัณฑสถานประวัติศาสตร์ แสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แยกย่อยได้เป็นพิพิธภัณฑสถานประวัติศาสตร์ แสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเมือง ทหาร สังคม และเศรษฐกิจ, บ้านประวัติศาสตร์ คือการนำเสนอสถานที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่มีชื่อเสียงในอดีต, โบราณสถาน, อนุสาวรีย์ และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงเมืองประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานประวัติศาสตร์โบราณคดี

6.พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาและประเพณีพื้นเมือง แสดงชีวิตความเป็นอยู่ในทางวัฒนธรรมและสังคมของมนุษย์และชาติพันธุ์ต่างๆ แบ่งออกเป็น พิพิธภัณฑสถานพื้นบ้าน (พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น) โดยจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน และพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้ง เป็นการจำลองภาพในอดีตด้วยการนำอาคารเก่า หรือจำลองสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มาไว้ในบริเวณเดียวกัน โดยพยายามสร้างสภาพแวดล้อมรวมถึงบรรยากาศให้เหมือนเช่นในอดีต

ในส่วนของจังหวัดเอง เทศบาลนครลำปางได้มีแนวคิดที่จะจัดทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งจะจัดทำออกมาเป็นพิพิธภัณฑ์ผสมผสานระหว่างเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวของสถาบันชาติพันธุ์ และเรื่องราวการแสดงศิลปะต่างๆ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นการเริ่มต้นความฝันของคนลำปางที่จะได้มีพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ในเขตเทศบาลนครลำปาง โดยพิพิธภัณฑ์เมือง เทศบาลนครลำปาง จะตั้งอยู่บริเวณข่วงนครห้าแยกหอนาฬิกา มีการจัดแสดงถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเทศบาลนครลำปางตั้งแต่ยุคสมัยแรก รวมทั้งนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลนครลำปาง ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา เทศบาลได้นำญัตติเรื่องขออนุมัติใช้จ่ายเงินสะสมของเทศบาลนครลำปาง เพื่อปรับปรุงภายในอาคารสำนักงานเทศบาลนครลำปางเป็นหอเกียรติยศ เข้าสภาเทศบาลนครลำปางแล้ว จำนวน 8 ล้านบาท โดยได้ผ่านการเห็นชอบจากสมาชิกสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะนำงบประมาณดังกล่าว มาเริ่มใส่เรื่องราวต่างๆลงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

นายนิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กล่าวถึงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เมือง เทศบาลนครลำปางว่า ความฝันของคนลำปาง ทั้งกลุ่มภูมิปัญญาชาวบ้าน นักวิชาการ กลุ่มวัฒนธรรม รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์นครลำปาง กลุ่มฮอมแฮงแป๋งนครลำปาง เริ่มจะเป็นความจริงมากขึ้น เมื่อนายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้ผลักดันให้มีการจัดทำพิพิธภัณฑ์เมืองนครลำปางขึ้น โดยใช้อาคารบริเวณข่วงนคร โดยที่นำเสนอญัตติขอจ่ายเงินสะสมจำนวน 8 ล้านบาท เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองนครลำปาง ซึ่งเป็นแนวนโยบายของตนที่จะส่งเสริมและสร้างสรรค์คุณค่าของมรดกวัฒนธรรมของลำปาง ในฐานะที่ลำปางเป็นเมืองเก่า และมีร่องรอยของอดีตที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด รัฐบาลเคยประกาศให้จังหวัดลำปางเป็น 1 ใน 10 ของจังหวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย 

โดยที่โครงการพิพิธภัณฑ์นี้ ได้ใช้อาคารส่วนหน้าของเทศบาลที่เป็นส่วนหนึ่งของข่วงนคร ซึ่งเป็นสำนักงานทะเบียนเก่าที่กำลังจะได้รับการตกแต่งปรับปรุงภูมิทัศน์รูปแบบของอาคารใหม่ ให้เป็นรูปแบบอาคารสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ให้เป็นอาคารที่สง่างาม โดยจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ 2 ชั้น และจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีในการเล่าเรื่อง รวมทั้งมีเทคนิคสมัยใหม่ต่างๆในการนำเสนอเรื่องราวที่สนุกสนานแปลกหูแปลกตา เต็มไปด้วยสาระข้อมูลที่มีชีวิตชีวา ไม่เหมือนกับพิพิธภัณฑ์แห่งอื่นๆที่มีเพียงสิ่งของวางตั้งไว้ และมีเพียงข้อความให้ผู้คนได้อ่านและเดินดู 

แต่พิพิธภัณฑ์ที่จะสร้างขึ้นนี้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวา ใช้สื่อผสมผสานหลากหลายเมื่อเข้าไปชมแล้วจะได้เพลิดเพลิน สามารถเรียนรู้ได้ถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมา ตลอดจนวัฒนธรรมของบ้านเมืองลำปาง ตั้งแต่สมัยเขลางค์นครยุคที่ 1 ยุคจามเทวี ยุคที่ 2 ยุคปงสนุก ยุคที่ 3 ยุครัตนโกสินทร์ เรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน ตลอดถึงเรื่องราวการจัดตั้งเทศบาล ความเป็นมาต่างๆ 

นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีส่วนที่จะจัดให้มีการแสดงของดีเมืองลำปาง หรือเรียกว่าพิพิธภัณฑ์หมุนเวียน เช่น มีการจัดแสดงของโบราณวัตถุของลำปางต่างๆ การจัดแสดงประเพณีวัฒนธรรม จัดแสดงเซรามิก จัดแสดงงานศิลปะ จัดแสดงงานไม้ฯลฯ เป็นระยะหมุนเวียนกันตลอดปี ในส่วนนี้จะทำให้เกิดความเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทำให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนนักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้เรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับนครลำปาง อีกทั้งยังเป็นประโยชน์กับผู้คนชาวลำปางที่จะได้รู้รากเหง้า และสิ่งดีๆที่มีอยู่ในนครลำปาง และจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดลำปางมากขึ้น

สำหรับความคืบหน้าของพิพิธภัณฑ์เทศบาลนครลำปางขณะนี้สภาเทศบาลได้เห็นชอบอนุมัติงบประมาณจำนวน 8 ล้านบาทแล้ว หลังจากนี้จะได้มีการคัดเลือกหน่วยงานที่เชี่ยวชาญในการจัดทำพิพิธภัณฑ์มาเป็นที่ปรึกษา เขียนโครง ศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เพราะการจัดทำตรงนี้ต้องการจะได้คนที่มีความรู้และมีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งในกรอบเวลาคาดว่ารวมเบ็ดเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 53 จะเสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในเดือนมีนาคม 53 นี้ นายนิมิตร กล่าว

และนอกจากนายกเทศมนตรีนครลำปาง จะได้ผลักดันให้มีพิพิธภัณฑ์เมืองของเทศบาลนครลำปางแล้ว เทศบาลนครลำปางยังได้มีการผลักดันให้เกิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนของจังหวัดลำปางต้องการจะให้เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งนายนิมิตร ได้กล่าวว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่ทางภาคประชาชนต่างๆ รวมทั้งภาควิชาการและภูมิปัญญาได้รณรงค์ให้เกิดหอศิลปวัฒนธรรม และได้มีการทำกิจกรรมมาบ่อยครั้งและอย่างต่อเนื่องที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า และต้องการอาคารในที่บริเวณนั้นให้เป็นหอศิลปวัฒนธรรม ซึ่งได้มีความพยายามมาอย่างต่อเนื่อง 

เช่นเดียวกันกับเทศบาลนครลำปางที่เคยได้ประสานงานกับภาคเอกชน และจังหวัดลำปาง โดยนายกเทศมนตรีนครลำปางได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางสมัย นายอมรทัต นิรัติศยกุล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่อจะขอรับพื้นที่อาคารศาลากลางหลังเก่ารวมทั้งบริเวณที่ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้แก่ ศาลหลักเมือง พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ(หลวงพ่อดำ) มาอยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาล 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะใช้อาคารศาลากลางหลังเก่ามาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์กลาง เพื่อจัดรวมเรื่องราวของจังหวัดลำปางทั้งหมด ตั้งแต่สมัยหลายหมื่นพันปี เช่น มนุษย์เกาะคา ภาพเขียนสีประตูผาฯลฯ รวมทั้งเพื่อจะปรับภูมิทัศน์ใหม่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของเมืองที่เป็นความเจริญรุ่งเรืองของเทศบาลนครลำปาง แต่ปัจจุบันได้ชำรุดทรุดโทรมลงไปหมดแล้ว ทั้งตลาดเทศบาล ปัญหานก และต้นไม้บริเวณนั้นก็เสื่อมสภาพไปหมด ความสง่างามของกลางเมืองก็ขาดหายไป 

จึงอยากจะมีการจัดระเบียบและปรับปรุงให้สวยงาม เพื่อสอดคล้องกับตลาดเทศบาลที่จะสร้างใหม่เป็นแนวเดียวกัน จะได้กลายเป็นจัตุรัสเมืองที่มีความสง่างาม ความคึกคัก และเป็นศูนย์กลางของประชาชนที่จะเข้ามาจับจ่ายใช้สอย แต่หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากจังหวัด จนกระทั่งเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นนายดิเรก ก้อนกลีบ จึงได้นำเรื่องนี้กลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการใดๆ ผู้ว่าฯดิเรกก็ย้ายไปอยู่ จ.ลำพูน โดยมีนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางต่อ และก็ได้มีการคุยถึงเรื่องนี้ แต่ผู้ว่าฯอมรพันธุ์ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ จ.เชียงใหม่อีก

จนในที่สุดน่าจะเป็นข่าวดีของคนลำปางว่าสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน โดยพลเรือเอกธนิต กิตติอำพล เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้เคยมาที่จังหวัดลำปางหลายครั้งและเคยคุยกับคนลำปางเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ตรงนี้ จึงได้มีความคิดเห็นว่าที่จังหวัดลำปางก็มีความเหมาะสมที่จะจัดทำพิพิธภัณฑ์ระดับมาตรฐานขึ้นมาเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ได้ สถาบันพิพิธภัณฑ์ฯ จึงได้ทำโครงการเข้าเสนอรัฐบาลว่าจะจัดทำพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ขึ้นที่จังหวัดลำปาง 

โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาพลเรือเอกธนิต ได้เดินทางมาที่เทศบาลนครลำปาง เพื่อปรึกษาหารือในเรื่องดังกล่าว และได้เข้าพบกับนายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่อที่จะแจ้งให้ทราบว่าสถาบันพิพิธภัณฑ์ฯ ได้รับอนุมัติโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์ที่จังหวัดลำปางในวงเงิน 155 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆนี้ 

การที่มาพบกับรองผู้ว่าฯในครั้งนี้ เพื่อเป็นการขอทราบความแน่ชัดว่าจังหวัดจะมอบพื้นที่บริเวณศาลากลางหลังเก่าให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หรือไม่ ซึ่งหลังจากพูดคุยปรึกษากันแล้ว รองผู้ว่าฯได้เห็นด้วยในหลักการและจะนำเข้าไปสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง ในหลักการว่าจะมอบสถานที่ศาลากลางหลังเก่าให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้หรือไม่ และหลักการว่าจะมอบให้เทศบาลนครลำปางได้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องมีการพูดคุยกับคณะกรรมการฯ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ซึ่งขณะนี้มีพร้อมทั้งสถานที่และงบประมาณแล้ว ถ้าหากพูดคุยตกลงกันได้ก็พร้อมที่จะสร้างได้ในทันที

สำหรับเรื่องราวที่จะบอกกล่าวอยู่ในพิพิธภัณฑ็นั้น สถาบันพิพิธภัณฑ์ฯ จะต้องเข้ามาในพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม โบราณคดี ข้อมูลจากภูมิปัญญาผู้เฒ่าผู้แก่ การบอกเล่าหรือการค้นคว้าทางวิชาชน ซึ่งลำปางมีเรื่องราวมากมายที่จะนำเสนอ ไม่ใช่เฉพาะในเขตเทศบาลนครลำปาง แต่จะเกี่ยวเนื่องไปในทุกๆ 13 อำเภอทั่วจังหวัดลำปาง นายนิมิตร กล่าว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งสะสมความรู้ และมีบทบาทหน้าที่ ที่ต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงาน องค์กรและสถาบันมากมาย อีกทั้งตัวของพิพิธภัณฑ์เองยังมีหน้าที่สะสมศิลปวัตถุ และจัดแสดงเผยแพร่แก่ประชาชนได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ต่างๆ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการเพื่อการศึกษาต่างๆ พร้อมทั้งต้องหาทุนเพื่อมาใช้จ่ายภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้จังหวัดลำปางมีงบประมาณที่รองรับในการก่อสร้างแล้วจำนวน 155 ล้าน จากสถาบันพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ 

ทั้งนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือและแรงผลักดันของทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันทำให้พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของจังหวัดลำปางเกิดขึ้น โดยอนุรักษ์และพัฒนาอาคารศาลาว่าการจังหวัดลำปางเดิม ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในรูปของ "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ที่จะให้ทั้งสาระความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลิน ภายใต้เนื้อหาของคนและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น หากโครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น คาดว่า "พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้" แห่งใหม่นี้ จะแล้วเสร็จในปี 2553 ทั้งนี้ คงจะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของชาวลำปางไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ก่อนที่คนลำปางจะได้เชยชมกับพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จังหวัดลำปาง คนลำปางก็ยังมีโอกาสที่จะได้ชื่นชมกับพิพิธภัณฑ์เมือง เทศบาลนครลำปางก่อนได้ในประมาณเดือนมีนาคม 2553 นี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งการศึกษาหาความรู้อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง
..................
สายสืบหอศิลป์
เสาร์ 6
มิถุนา 52

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รู้จักโคตรเหง้าและเจ้าลำปาง : เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ใหม่ที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี


ป้ายทางเข้า ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของตึกที่อยู่ขวามือสนามฟุตบอล

เริ่มนิทรรศการด้วยภาพเขียนสีประตูผา และประวัิติย่อเมืองลำปาง

ประวัติ-ความหลังของโรงเรียน จำลองบรรยากาศเก่าๆที่เริ่มเปิดสอน ใช้ลังสบู่เป็นโต๊ะเรียน

ห้องนี้อุทิศให้พระยาพรหมโวหาร กวีลำปางแต่ไปดังที่เชียงใหม่


ห้องที่สาม เจ้าพระยาหอคำดวงทิพย์ ที่อ.มงคลเล่าว่า เป็นเจ้าลำปางหนึ่งเดียวที่มีสถานะเป็นกษัตริย์(King) ประเทศราช ไม่ใช่เพียงเจ้าเมือง (Prince) เหมือนองค์อื่นๆ และด้านซ้ายมือคือหอคำนครลำปางจำลอง


ห้องที่สี่รวมเจ้านายลำปาง สายเจ้าเจ็ดตน จำลองด้วยภาพวาดในจินตนาการของศิลปิน


เครื่องราชูปโภคที่อ้างอิงจากธรรมเนียมกรุงรัตนโกสินทร์ อ.มงคลเล่าว่า ต้องไปให้กรมศิลปากรช่วยออกแบบให้ เพื่อความถูกต้องตามแบบแผน (สังเกตฉัตร 3 ชั้น)


รายชื่อผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการโครงการ ชื่อ โครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานคุณครูแคลระ รัตนศาสตร์อนุสรณ์ และพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาโรงเรียนลำปางกัลยาณี (2550-2551) ซึ่งงบประมาณได้รับการบริจาคโดย คณะครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่า โรงเรียนลำปางกัลยาณี หน่วยงานภาครัฐและเกชน เจ้านายฝ่ายเหนือราชสกุล "ณ ลำปาง" และ "ณ เชียงใหม่" จำนวนทั้งสิ้น 3,923,776 บาท


เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภา ได้รับโอกาสจากอาจารย์มงคล ถูกนึก อดีตอาจารย์โรงเรียนลำปางกัลยาณีได้นำชมพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา โรงเรียนลำปางกัลยาณี ที่ได้นำเสนอเรื่องราวผ่านห้องต่างๆ อาจแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้

ห้องแรก เริ่มต้นเกริ่นภาพรวมประวัติศาสตร์ลำปาง และการก่อกำเนิดของโรงเรียนลำปางกัลยาณี และครูแคลระ
ห้องที่ 2 อุทิศให้พระยาพรหมโวหาร
ห้องที่ 3 เกี่ยวกับพระเจ้าหอคำดวงทิพย์ และหอคำนครลำปาง
ห้องที่ 4 รวมเจ้านายลำปาง ในตระกูลเจ้าเจ็ดตน

เนื้อหาหลักจะรวมศูนย์กลางอยู่ที่เจ้านายสายลำปางเป็นหลัก อาจนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นฟื้นฟูกระแส "เจ้านาย" ลำปางขึ้นอย่างมีพลังอีกครั้งในทศวรรษ 2550 นี้ หลังจากที่บทบาทและสถานะของเจ้านายลำปางตกต่ำมาตลอดหลังจากเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตพิราลัยเป็นต้นมา

พิพิธภัณฑ์นี้ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่น่าสนใจมากที่ได้รวบรวมทุน และจัดสร้างขึ้นมาอย่างพากเพียรโดยอ.มงคล ถูกนึก (ที่ปัจจุบันเกษียณราชการไปแล้ว) ความตื่นตาตื่นใจของข้อมูลและเรื่องราวที่เราไม่อาจรู้อาจเห็นง่ายๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมถึงความพยายามมานับทศวรรษ

ผู้สื่อข่าว 
on Lampang :
เปิดโลกลำปาง

เสาร์ 30
พฤษภา 52

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไอซีดี มีดี นิทรรศการออกแบบนิพนธ์ ครั้งที่ 1 ม.ธรรมศาสตร์ลำปาง

“ไอซีดี มีดี” ผลงานออกแบบนิพนธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552

การแสดงแฟชั่นโชว์ภายในงาน

คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง 
ได้เปิดตัวแสดงนิทรรศกาลผลงานออกแบบนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่องานครั้งนี้ว่า
“ไอซีดี มีดี” งานจัดตั้งแต่วันที่ 3-7 เมษายน 2552 ณ ตึกหม่องหง่วยสิ่น(กาดกองต้า) 
ซึ่งในงานมีการจัดแสดงผลงานออกแบบของนักศึกษาที่แปลกใหม่เน้นให้เห็นคุณค่าของการใช้วัสดุที่สร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว 
ในงานยังมีการเดินแบบโชว์ผลงานของนักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์ สาขา พัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 
และการแสดงของนักศึกษาอีกมากมาย 


โคมไฟ ผลงานของนักศึกษา จัดแสดง ณ อาคารหม่องหง่วยสิ่น กาดกองต้า นครลำปาง



















การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอผลงานออกแบบนิพนธ์ของนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ประจำปีการศึกษา 2552 ต่อสาธารณชนและเป็นการประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการเรียนการสอนของ 
คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปางให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 
โดยในงานมีผู้เข้าร่วมชมผลงานกันเป็นจำนวนมาก
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก LampangStep โลกไซเบอร์ของคนลำปาง


สายสืบหอศิลป์
เสาร์ 10
พฤษภา 52

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

แนะนำศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค อ.งาว ลำปางเรานี่เอง


บริเวณศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค


บริเวณศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค


เครื่องฉายหนังเก่าที่ยังฉายได้ และจอหนัง


จากคำบรรยายคุณหน่อผุด
"พี่มานิตย์กำลังสาธิตวิธีใส่ฟิล์ม 35 มม. และเปิดเครื่อง...เสียงสายพานดัง คิดถึงข้าวโพดคั่วขึ้นมาตะหงิดๆ แกทำไปเล่าไปว่า สมัยก่อนบางทีเครื่องมันร้อน สายพานไหม้ จะเห็นแสงวาบของฟิล์มไหม้ทางหน้าจอ คนดูโห่กันเกรียว(พอนึกภาพออกอยู่ค่ะก็ดิฉันคอหนังกลางแปลง)"


เนื่องมาจากการจัดงาน "แอ่วขัวหลวงรัษฎา...เมื่อคราศิลปะผลิบาน" 28-29 มีนาคมนี้ ทำให้ได้ค้นพบกลุ่มคนที่ทำงานคลุกคลีกับศิลปะในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกรณีนี้คือ คุณมานิตย์ วรฉัตร ที่เป็นผู้จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค

เมื่อพิจารณาจากแผ่นพับประชาสัมพันธ์ แสดงจุดประสงค์การจัดตั้งไว้ ดังนี้
1. เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นฟิล์มภาพยนตร์และเครื่องฉายภาพยนตร์ระบบ 35 ม.ม., 16 ม.ม., 8 ม.ม., ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต
2. เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นบทพากย์ภาพยนตร์ ใบเซนเซอร์ ภาพยนตร์และอุปกรณ์การพากย์ภาพยนตร์ในอดีต
3. เพื่อให้เป็นแหล่งค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จากอดีต-ปัจจุบัน
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่กิจการดังกล่าวคนลำปางยังไม่รู้จักกันมากนัก กิจการของคุณมานิตย์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมใดๆทั้งสิ้น คลังความรู้มหาศาลที่ศูนย์ฯแห่งนี้มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งที่สมควรจะได้รับการเผยแพร่และสนับสนุน

ศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค
ตั้งอยู่เลขที่ 24/2 บ้านท่าเจริญ หมู่ที่ 9 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง
สามารถติดต่อได้ที่ 054-365561
.......................
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก คุณมานิตย์ วรฉัตร
และเว็บบล็อกของคุณ "หน่อผุด"
.......................
ประวัติโดยย่อ
คุณมานิตย์ วรฉัตร
-เคยเป็นนักพากย์ภาพยนตร์ประจำบริษัทไกรลาศฟิล์มประจำภาคอิสานและบริษัทเครื่องดื่มโอวัลติน
-เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณาภูมิภาค บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จำกัด แผนกภาพยนตร์
-ปัจจุบันเจ้าของ-ผู้จัดการ ศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค อ.งาว จ.ลำปาง
ร่วมกับเครือข่าย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สบร.) /หอภาพยนตร์แห่งชาติ / สมาคมนักพากย์แห่งประเทศไทย(Film Versionist Association)
-เป็นวิทยากรพิเศษ รับเชิญจากภาครัฐและภาคเอกชน
.......................
สายสืบหอศิลป์
อาทิตย์ 22
มีนา 52

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

รายละเอียดงานนิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาครั้งที่1 ชุด "กว่าจะถึงวันนี้"


แผ่นพับด้านหน้าแสดงรายละเอียดการจัดงาน


แผ่นพับด้านหลังแสดงประวัติศิลปินผู้แสดงงาน


บริเวณทางเข้าศาลาวัฒนธรรม ภายในสวนสาธารณะเขลางค์นคร


บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงงาน

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงงาน


บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงงาน


ตารางกิจกรรม

งานนิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาครั้งที่1 ชุด "กว่าจะถึงวันนี้"
จัดวันที่ 30 พ.ย. 2551-31 ม.ค. 2552
เวลา 10.00 น. - 19.00 น.
ณ ศาลาวัฒนธรรม สวนสาธารณะเขลางค์นคร
จัดโดย เทศบาลนครลำปาง กลุ่มสล่าเขลางค์ และบ้านม่อนเขาแก้ว

นอกเหนือจากกลุ่มสล่าเขลางค์อันเป็นที่รู้จักแล้ว ในครั้งนี้ยังมีการร่วมแสดงจากบ้านม่อนเขาแก้ว อันเป็นหมู่บ้านที่มีทักษะฝีมือและแหล่งวัตถุดิบในหมู่บ้าน ณ หมู่ที่ 3 ต.พิชัย อ.เมือง ลำปาง

ไม่เพียงเท่านั้น บ้านม่อนเขาแก้วยังมีตัวแทนที่ได้ไปโชว์ฝีมือใน เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน 4 ประเทศ ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2539 อีกด้วย

รายชื่อศิลปินที่ร่วมแสดงงานมีดังนี้
ลัดดา ทิสาระ(ม่อนเขาแก้ว), จงรักษ์ จิวกิตติศักดิ์กุล, รุ่งนภา ยืนยงวนานนท์, พิทักษ์ นิรภัย, นิติ ทุ่งมีผล, ดาราพร โสธนะวัฒนากุล, จิรศักดิ์ คลุมดวง, นิกร กาบเขียว, เรวัตร ไชยยารักษ์, อรรถเทพ สมัครธัญกิจ, สถาปนา บำรุงพืช, อุทัย เขนย, เรืองฤทธิ์ สมบูรณ์ และ ต่อศักดิ์ ประคำทอง
..............
สายสืบหอศิลป์
ศุกร์ 12
ธันวา 51

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

บรรยากาศงาน Party Very Lampang (1)


บรรยากาศก่อนเปิดงาน
มือคีย์บอร์ดบรรเลงขับกล่อมงาน
ฉากหนึ่งในทวิภพ
มาดูกันครับ บรรยากาศ Party Very Lampang
5-7 ธันวาคมนี้

ผ่านไป 2 วันมีนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนใจดี
ไปอัพโหลดคลิปไว้ใน YouTube ให้ครับ
มีอยู่ 2 การแสดงก็คือ
***การแสดงเต้น...โดย Blossom Blozza!!!Dance
http://www.youtube.com/watch?v=pSy5EQdgeB4

***ละครเวที "ทวิภพ" โดย ณ หนา
ช่วงแรก
http://www.youtube.com/watch?v=LUTGJQmdba0
ช่วงที่สอง
http://www.youtube.com/watch?v=IMs6ZTAJDfA
..........
ที่มาภาพและคลิปจากคุณ เบลล์ SOC ANT มช. ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
แล้วถ้ามีความคืบหน้าและอัพเดทเพิ่มเติม จะมานำเสนอในโอกาสต่อไปนะครับ

สายสืบหอศิลป์
อาทิตย์ 7
ธันวา 51